ยศทหารนั้นมี 2 ประเภทคือ ยศชั้นสัญญาบัตร และยศชั้นประทวน สำหรับยศชั้นสัญญาบัตรเป็นยศที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้พระอำนาจตามกฎหมายโปรดเกล้าพระราชทาน ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่มีวิทยฐานะและคุณสมบัติตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ส่วนการแต่งตั้งยศชั้นประทวน ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บังคับชั้นแม่ทัพขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม ผู้บังคับบัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ หรือผู้บัญชาการทหารอากาศ มีอำนาจแต่งตั้งและออกประทวนยศให้ผู้ที่อยู่ในบังคับบัญชาได้
การถอด หรือการให้ออกจากชั้นสัญญาบัตร จะทำได้โดยการประกาศพระบรมราชโองการซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาดหม จะนำความขึ้นกราบบังคมทูล ส่วนยศชั้นประทวนนั้น ทรงมอบอำนาจให้ผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้งสั่งถอดหรือให้ออกจากยศชั้นนั้น ๆ เช่นเดียวกัน
ยศชั้นสัญญาบัตร
ทหารบก |
ทหารเรือ |
ทหารอากาศ |
| จอมพล | จอมพลเรือ | จอมพลอากาศ |
| พลเอก | พลเรือเอก | พลอากาศเอก |
| พลโท | พลเรือโท | พลอากาศโท |
| พลตรี | พลเรือตรี | พลอากาศตรี |
| พันเอก | นาวาเอก | นาวาอากาศเอก |
| พันโท | นาวาโท | นาวาอากาศโท |
| พันตรี | นาวาตรี | นาวาอากาศตรี |
| ร้อยเอก | เรือเอก | เรืออากาศเอก |
| ร้อยโท | เรือโท | เรืออากาศโท |
| ร้อยตรี | เรือตรี | เรืออากาศตรี |
ยศชั้นประทวน
| ทหารบก | ทหารเรือ | ทหารอากาศ |
| นายดาบ | (ไม่มีการแต่งตั้ง) | (ไม่มีการแต่งตั้ง) |
| จ่าสิบเอก | พันจ่าเอก | พันจ่าอากาศเอก |
| จ่าสิบโท | พันจ่าโท | พันจ่าอากาศโท |
| จ่าสิบตรี | พันจ่าตรี | พันจ่าอากาศตรี |
| สิบเอก | จ่าเอก | จ่าอากาศเอก |
| สิบโท | จ่าโท | จ่าอากาศโท |
| สิบตรี | จ่าตรี | จ่าอากาศตรี |
2. เครื่องหมายยศทหารบก
ยศชั้นสัญญาบัตร
ร้อยตรี 1 ดาว ร้อยโท 2 ดาว ร้อยเอก 3 ดาว
ยศชั้นประทวน
1. ชั้นนายสิบ ใช้บั้งรูปหางนกแซงแซว ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง หรือไหมทอง กว้าง 1 ซม. ตรึงบนพื้นสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงิน ดำ ปลายบั้ง 2 ข้างห่างกัน 8 ซม. มุมบั้งแหลมเล็ก เหนือบั้งมีจักร ภายใต้พระมงกุฎทำด้วยโลหะสีทอง ประดับที่แขนเสื้อด้านซ้ายด้านนอกกึ่งกลางระหว่างไหล่ของข้อศอกให้มุมแหลมอยู่ทางด้านล่าง มีจำนวนบั้งตามชั้นยศดังนี้
สิบตรี 1 บั้ง สิบโท 2 บั้ง สิบเอก 3 บั้ง
2. ชั้นจ่านายสิบ ใช้บั้งหางนกแซงแซว 0.3 ซม. ปลายบั้งทั้งสองห่างกัน 3 ซม. และมีขีดกว้าง 0.3 ซม. ยาว 3 ซม. 1 ขีด ทำด้วยโลหะสีทองประดับบนอินทรธนูทั้ง 2 ข้าง มุมแหลมของบั้งอยู่ทางด้านคอ และมีขีดวางตามขวางของอินทรธนูติดกับปลายบั้ง และให้ห่างจากริมอินทรธนูด้านไหล่ 0.5 ซม. แต่ละข้างมีจำนวนบั้งตามชั้นยศ
3.นายดาบ ใช้รูปดาบ 2 เล่ม ไขว้ ทำด้วยโลหะสีทองประดับบนอินทรธนูทั้ง 2 ข้าง ให้ปลายดาบอยู่ทางด้านคอ ด้ามดาบห่างจากอินทรธนูทางด้านไหล่ 0.5 ยศ ชั้นนายดาบในปัจจุบันไม่มีการแต่งตั้ง แต่ก็ยังมีอยู่ก็เพราะนายดาบรุ่นเก่ายังไม่หมดไป จึงกำหนดเครื่องหมายยศไว้
เครื่องแบบทหารบก
เครื่องแบบทหาร กำหนดโดยบัญญัติของกฎหมาย ผู้มีสิทธิ์สวมเครื่องแบบได้ต้องเป็นทหาร บุคคลอื่นนอกจากทหารแล้วถ้าสวมเครื่องแบบทหารจะต้องมีโทษตามกฎหมาย พระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477 ลง 28 มิ.ย. 2477 เป็นกฎหมายบังคับใช้ในวงการทหารทุกเหล่า
เครื่องแบบทหารหมายถึง เสื้อ กางเกง เข็มขัด หมวก เครื่องหมายยศ และ เครื่องหมายเหล่าฯ
ผู้ใดแต่งเครื่องแบบทหารโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ผู้นั้นมีความผิดต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 5 ปี ถ้ากระทำความผิดดังกล่าวนี้ ในเขตประกาศใช้กฎอัยการศึก เวลาสงคราม เวลามีเหตุฉุกเฉินหรือเพื่อกระทำความผิดทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี
ผู้ใดแต่งกายเครื่องแบบทหารที่ยังคงใช้ในราชการอยู่ ผู้นั้นมีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท ถ้ากระทำความผิดดังกล่าวนี้ ในเขตประกาศใช้กฎอัยการศึก เวลาสงคราม เวลามีเหตุฉุกเฉินหรือเพื่อกระทำความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1ปี ถึง 10 ปี
เครื่องแบบทหารชาย
3. เครื่องแบบปกติสีกากีแกมเขียวคอพับ แขนยาวและแขนสั้น
1) หมวกทรงหม้อตาล หรือหมวกหนีบสีกากีแกมเขียว
2) รองเท้าหุ้มส้น หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ รองเท้าสูงครึ่งน่องสีดำ
4. เครื่องแบบฝึก
5. เครื่องแบบสนาม เช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนามสำหรับผลทหาร
6. เครื่องแบบครึ่งยศ
7. เครื่องแบบเต็มยศ ทั้ง 2 ชนิดนี้ สำหรับนายทหารประทวนทั่วไป
สำหรับเครื่องแบบครึ่งยศของนายทหารประทวนและพลทหารที่สังกัดกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์นั้น ประกอบด้วย
1. หมวกยอด
2. เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว
3. กางเกงแถบ
4. คันชีพและเข็มขัดหนัง
5. รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำเครื่องแบบเต็มยศ สำหรับนายทหารประทวน และพลทหารที่สังกัดในหน่วยทหารรักษาพระองค์ทุกหน่วยมีเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์
เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย
1. หมวกยอดมีพู่
2. เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์
3. กางเกงแถบ
4. คันชีพ และเข็มขัดหรือประคด
5. รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำ
1.3 เครื่องแบบนักเรียนทหาร นักเรียนนายร้อย นักเรียนนายแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า และนักเรียนนายทหารแผนที่ มี 8 ชนิด คือ
1. เครื่องแบบปกขาว
2. เครื่องแบบปกสีกากีแกมเขียวคอแบะ
3. เครื่องแบบปกติสีกากีแกมเขียวคอพับ
4. เครื่องแบบฝึก
5. เครื่องแบบสนาม
6. เครื่องแบบครึ่งยศ
7. เครื่องแบบเต็มยศ
8. เครื่องแบบสโมสร
1.4 เครื่องแบบนายทหารสัญญาบัตร มี 11 ชนิด
1. เครื่องแบบปกติสีขาว
2. เครื่องแบบปกติสีกากีแกมเขียวคอแบะ
3. เครื่องแบบปกติสีกากีแกมเขียวคอพับ แขนสั้นและแขนยาว
4. เครื่องแบบปกติสีกากีนวลแกมเขียว คอพับ แขนสั้น
5. เครื่องแบบฝึก
6. เครื่องแบบสนาม
7. เครื่องแบบครึ่งยศ
8. เครื่องแบบเต็มยศ
9. เครื่องแบบสโมสรคอปิด
10. เครื่องแบบสโมสรรอกแข็ง
11. เครื่องแบบสโมสรรอกอ่อน
2. เครื่องแบบทหารชาย
เครื่องแบบบทหารชายทุกชนิดมีส่วนประกอบดังต่อไปนี้คือ
2.1 หมวกมี 8 แบบคือ
1. หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียว
2. หมวกหนีบสีกากีแกมเขียว
3. หมวกทรงอ่อนสีดำ (เบเล่ย์)
4. หมวกหม้อตาลสีกากีแกมเขียว
5. หมวกทรงหม้อตาลสีขาว
6. หมวกทรงหม้อตาลสีน้ำเงินดำ
7. หมวกทรงหม้อตาลสีน้ำเงินหม่น
8. หมวกยอด
2.2 เสื้อมี 9 แบบคือ
1. เสื้อคอพับสีกากีแกมเขียว (เสื้อเชิ้ต) มีอินทรธนูอ่อนสีเดียวกับเสื้อ
2. เสื้อคอพับสีกากีนวลแกมเขียว แขนสั้น
3. เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียว (ชุดฝึก) ไม่มีอินทรธนู
4. เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากีแกมเขียว มีอินทรธนูอ่อนสีเดียวกับเสื้อ
5. เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว ใช้อินทรธนูแข็ง
6. เสื้อชั้นนอกเปิดสีขาว (สโมสร) ใช้อินทรธนูแข็ง
7. เสื้อชั้นนอกเปิดอกสีน้ำเงินดำ (สโมสรฤดูหนาว) ใช้อินทรธนูแข็ง
8. เสื้อเต็มยศรักษาพระองค์
9. เสื้อเต็มยศสีน้ำเงินดำ
2.3 กางเกงขายาวมี 4 แบบคือ
1. กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบปกติ
2. กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียวแบบฝึก
3. กางเกงขายาวสีขาว
4. กางเกงแถบ
2.4 เข็มขัดและประคดมี 7 แบบคือ
1. เข็มขัดด้ายถักสีดำ
2. เข็มขัดหนังสีขาว
3. เข็มขัดหนังสีน้ำตาล
4. เข็มขัดหนังสีแดง
5. ประคดไหมริ้วทองสลับเงิน
6. ประคดไหมสีเหลืองหรือไหมทอง
7. เข็มขัดหนังสีเขียวเข้มใช้สำหรับนักเรียนแพทย์
2.5 รองเท้ามี 3 แบบคือ
1. รองเท้าหนังหุ้มส้นสีดำชนิดผูกเชือก
2. รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือก หรือยืดข้าง
3. รองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าเดินป่า
นอกากนี้ยังมี "คันชีพ" "ถุงเท้า" "กระบี่" "อินทรธนู" "เครื่องหมายยศ" และเครื่องหมายเหล่าและสังกัด เป็นส่วนประกอบอีกด้วยการแบ่งเหล่าและหน้าที่เหล่าทหารในกองทัพ
1. การแบ่งเหล่า
ในฐานะนักศึกษาวิชาทหาร ควรทราบว่าทหารในปัจจุบันแบ่งออกเป็นเหล่า มีเหล่าเทหารบกเพียง 17 เหล่าดังนี้
| 1. เหล่าทหารราบ | รูปปืนเล็กไขว้ประกอบกับตับกระดุม |
| 2. เหล่าทหารม้า | รูปกระบี่ไขว้ประกอบด้วยเกือบม้าและรถถัง |
| 3. เหล่าทหารปืนใหญ่ | รูปปืนใหญ่โบราณไขว้ประกอบกับลูกระเบิดมีเปลว |
| 4. เหล่าทหารช่าง | รูปพลั่วกับขวานไขว้ประกอบกับสมอ |
| 5. เหล่าทหารสื่อสาร | รูปสายฟ้าประกอบกับจักร |
| 6. เหล่าทหารขนส่ง | รูปพวงมาลับเรือประกอบกับจักรและปีกนกบนแผ่นโล่ |
| 7. เหล่าทหารสรรพาวุธ | รูประเบิดมีเปลว |
| 8. เหล่าทหารพลาธิการ | รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับสามจักร |
| 9. เหล่าทหารสารวัตร | รูปปืนพกไขว้ประกอบกับจักร |
| 10. เหล่าทหารสารบรรณ | รูปกระบี่กับปากไก่ไขว้ประกอบกับหนังสือ |
| 11. เหล่าทหารการเงิน | รูปกระบี่ไขว้ประกอบกับช้างสามเศียร |
| 12. เหล่าทหารพระธรรมนูญ | รูปดุลพ่าห์ประกอบจักร |
| 13. เหล่าทหารแพทย์ | รูปพญานาคคู่พันคบเพลิง |
| 14. เหล่าทหารแผนที่ | รูปกระบี่ไขว้ประกับกล้องส่อง |
| 15. เห่ลาทหารการสัตว์ | รูปพญานาคไขว้ประกอบเกือกม้า |
| 16. เหล่าทหารดุริยางค์ | รูปพิณ |
| 17. เหล่าทหารการข่าว | รูปสายฟ้าและลูกศรไขว้ประกอบดาวแปดแฉกและแผ่น |
เครื่องหมายเหล่านี้ทำด้วยโลหะสีทองติดที่คอเสื้อด้านขวา
สำหรับทหารม้าขี่ม้าในปัจจุบันกองทัพบกยังคงสงวนเอาไว้เพียง 1 กองพัน คือ มีหน้าที่แห่นำตามเสร็จเป็นการเชิดชูเกียรติวัฒนธรรมประเพณีของชาติ
เครื่องหมายสังกัด
| 1. กองทัพบกแลสำนักงานเลขานุการ กองทัพบก | ใช้อักษร |
ทบ. |
| 2. สำนักงานปลัดบัญชีทหารบก | |
ปช. |
| 3. กรมกำลังพลทหารบก | |
กพ. |
| 4. กรมข่าวทหารบก | |
ขว. |
| 5. กรมยุทธกรทหารบก | |
ยก. |
| 6. กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก | |
กบ. |
| 7. กรมสารบรรณทหารบก | |
สบ. |
| 8. กรมสารวัตรทหารบก | |
สห. |
| 9. กรมสวัสดิการทหารบก | |
สก. |
| 10. กรมสรรพาวุธทหารบก | |
สพ. |
| 11. กรมพลาธิการทหารบก | |
พธ. |
| 12. กรมแพทย์ทหารบก | |
พบ. |
| 13. กรมยุทธโยธาทหารบก | |
ยย. |
| 14. กรมการขนส่งทหารบก | |
ขส. |
| 15. กรมการสัตว์ทหารบก | |
กส. |
| 16. กรมการทหารสื่อสาร | |
สส. |
| 17. กรมการทหารช่าง | |
กช. |
| 18. กรมการเงินทหารบก | |
กง. |
| 19. กรมจเรทหารบก | |
จบ. |
| 20. กรมแผนที่ทหาร | |
ผท. |
| 21. กรมยุทธศึกษาทหารบก | |
ยศ. |
| 22. ศูนย์การทหารราบ | |
ศร. |
| 23. ศูนย์การทหารปืนใหญ่ | |
ศป. |
| 24. ศูนย์สงครามพิเศษ | |
ศสพ. |
| 25. ศูนย์การทหารม้า | |
ศม. |
| 26. โรงเรียนเสนาธิการทหารบก | |
สธ. |
| 27. โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า | |
จปร. |
| 28. หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง | |
นสร. |
| 29. วิทยาลัยการทัพบก | |
วทบ. |
| 30. สถาบันการทหารบกชั้นสูง | |
สบส. |
| 31. กรมกำลังสำรองทหารบก | |
กสร. |
| 32. ศูนย์การบินทหารบก | |
ศบบ. |
| 33. สำนักงานตรวจบัญชีกองทัพบก | |
สตช. |
| 34. ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธกองทัพบก | |
ศอว. |
| 35. หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ | |
นสศ. |
3.2 ทหารประจำการที่สังกัดภูมิภาค ใช้เครื่องหมายสังกัดดังนี้
1) กองทัพภาค ใช้อักษรย่อ ทภ
2) มณฑลทหารบก ใช้อักษรย่อ มทบ
3) ทหารประจำการและนายทหารพิเศษ ที่สังกัดหน่วยทหารใช้เครื่องหมายดังนี้
สังกัดกองทหารราบใช้ พล.ร. กองพลทหารม้าใช้ พล.ม. พลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานใช้ ปตอ. เป็นเตรื่องหมายสังกัด สังกัดกรมทหารราบใช้ ร
ชั้นที่ 1 เป็นรูปปีกนกโลหะสีเงินกาง 2 ปีก ระหว่างหัวปีกต่อกับอาร์มโลหะสีเงิน
ชั้นที่ 2 เช่นเดียวกับชั้นที่ 1 เว้นแต่เหนืออาร์มเป็นรูปดาว 5 กลีบโลหะสีเงินแทนอุณาโลมและพระมหามงกุฎ
ชั้นที่ 3 เช่นเดียวกับชั้นที่ 1 เว้นแต่เหนืออาร์ม ไม่มีอุณาโลมและมหามงกุฎ ชั้นกิตติมศักดิ์และสิษย์การบินชั้นมัธยม ก็เช่นเดียวกัน