กลับไปหน้าหลัก

การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า

ท่าตรง

    1. คำบอก  “แถว-ตรง”
    2. การปฏิบัติ  ท่านี้มีจังหวะเดียว

ลักษณะของท่าตรง  จะต้องยืนให้ส้นเท้าทั้งสองชิดและอยู่ในแนวเดียวกัน  ปลายเท้าทั้งสองแบะออกทางข้าง  ข้างละเท่า ๆ  กันจนปลายเท้าห่างกันประมาณ  1  คืบ  หรือให้ความยาวของปลายเท้าเฉียงเป็นมุมประมาณ  45  องศา  เข่าเหยียดตรงและบีบเข้าหากัน  แขนทั้งสองข้างลำตัวในลักษณะงอข้อศอกไว้  จนเกิดเป็นช่องว่างห่างจากลำตัวประมาณหนึ่งฝ่ามือ  และพลิกข้อศอกไปข้างหน้าเล็กน้อยจนไหล่ทั้งสองข้างตึงและเสมอกัน  นิ้วมือทั้งห้าเหยียดตรงเรียงชิดติดกัน  และให้เอานิ้วกลางแตะไว้ตรงกึ่งกลางขาท่อนบนประมาณแนวตะเข็บกางเกง  เปิดฝ่ามือออกไปทางด้านนิ้วก้อยเล็กน้อย  ลำคอตั้งตรงไม่ยื่นคาง  สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ  วางน้ำหนักตัวให้อยู่บนเท้าทั้งสองข้างเท่า ๆ  กันและนิ่ง

ท่าพัก

    1. ท่าพักแบ่งออกเป็น  2 ประเภท  คือ
  1. ท่าพักในแถว  ประกอบด้วย  ท่าพักตามปกติ  ท่าพักตามระเบียบ  ท่าพักตามสบาย
  2. ท่าพักนอกแถว  ประกอบด้วย  ท่าพักแถวและท่าเลิกแถว
    1. ท่าพักตามปกติ
  3. คำบอก  “พัก”  (คำบอกรวด)
  4. การปฏิบัติ  ท่านี้มีจังหวะเดียวแต่ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

ในขั้นแรกเมื่อได้ยินคำบอกว่า  “พัก”  ให้หย่อนเข่าขวาลงเล็กน้อย  โดยพยายามให้ส่วนอื่น ๆ  ของร่างกายมีการไหวติงไปด้วยอย่างกะทันหัน  ท่านี้ห้ามขยับเขยื้อนหรือเปลี่ยนที่ยืนของเท้าทั้งสองข้างและห้ามพูดคุยกันโดยเด็ดขาด
เมื่อได้ยินคำบอก  “แถว-”  ให้ยืดตัวขึ้นพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดจนเต็มที่  และจัดทุกส่วนของร่างให้อยู่ในลักษณะของท่าตรง
เมื่อสิ้นคำบอก  “ตรง”  ให้กระตุกเข่าขวากลับไปอยู่ในลักษณะของท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง

    1. ท่าพักตามระเบีย
  1. คำบอก  “ตามระเบียบ,  พัก”  (คำบอกเป็นคำ ๆ )
  2. การปฏิบัติ  ท่านี้มีจังหวะเดียว  แต่ให้ปฏิบัติไปตามลำดับขั้นดังต่อไปนี้

เมื่อได้ยินคำบอกว่า  “ตามระเบียบ,  พัก”  ให้แยกเท้าซ้ายออกไปทางด้านซ้ายประมาณ  30  ซม.  อย่างแข็งแรงและผึ่งผาย  โดยให้เท้าทั้งสองข้างอยู่ในระดับหัวไหล่ในขณะเดียวกันให้นำมือทั้งสองข้างไปจับกันไว้ที่ด้านหลังในลักษณะหันหลังมือทั้งสองข้างเข้าหาลำตัว  ใช้มือซ้ายจับมือขวาโดยให้มือขวาอยู่ทางด้านนอก  วางนิ้วหัวแม่มือขวา  ให้ทับจับนิ้วหัวแม่มือซ้ายไว้  นิ้วมือทั้งสี่  (เว้นนิ้วหัวแม่มือ)  ของมือขวาเหยียดตึงและเรียงชิดติดกัน  โดยให้เฉียงลงไปทางเบื้องล่างทางซ้าย  วางหลังมือแตะไว้แนวกึ่งกลางด้านหลัง  ลำตัวประมาณใต้แนวเข็มขัด  และแบะข้อศอกทั้งสองข้างไปทางข้างหน้าเล็กน้อยแต่พอสบาย  ลักษณะของการยืนจะต้องให้ขาทั้งสองตึง  น้ำหนังตัวอยู่บนเท้าทั้งสองข้างเท่า ๆ  กัน  ยกอกสง่าผ่าเผย  จัดไหล่ทั้งสองข้างให้เสมอกัน  ลำคอตั้งตรง  สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับและแนวนิ่ง
เมื่อได้ยินคำบอก  “แถว”  ให้สูดลมหายใจเข้าปอดจนเต็มที่
เมื่อได้ยินเสียงคำบอกต่อไปว่า  “ตรง”  ให้ซักเท้าซ้ายกลับมาชิดเท้าขวาในลักษณะที่ส้นเท้าทั้งสองชิดและอยู่ในแนวเดียวกัน  ปลายเท้าทั้งสองแบะออกไปทางข้าง  ข้างละเท่า ๆ กัน  ห่างกันประมาณ 1  คืบ  พร้อมกันนั้นลดมือทั้งสองข้างลงมาอยู่ในลักษณะของท่าตรงอย่างแข็งแรงแล้วนิ่ง

    1. ท่าพักตามสบาย
  1. ตามสบาย,  พัก”  (คำบอกเป็นคำ ๆ )
  2. การปฏิบัติ  ท่านี้มีจังหวะเดียว  แต่ให้ปฏิบัติตามลำดับขั้น  ดังต่อไปนี้

2.1  เมื่อได้ยินคำบอก  “ตามสบาย,  พัก”  ให้หย่อนเข่าขวาลงเล็กน้อยโดยพยายามไม่ให้ส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายมีการไหวติงไปด้วยอย่างกะทันหัน 
2.2  ท่านี้อนุญาตให้เคลื่อนไหวอิริยาบถได้ตามสบาย  แต่เท้าข้างใดข้างหนึ่งจะต้องอยู่กับที่ 
2.3  ท่านี้ห้ามออกนอกแถว  ถ้าไม่อนุญาตนั่งจะนั่งไม่ได้  ถ้าได้รับอนุญาตให้นั่งจะต้องนั่งในลักษณะที่ให้ปักเท้าข้างใดข้างหนึ่งเป็นหลักอยู่กับที่
2.4  เมื่อได้ยินคำบอกว่า  “แถว”  ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ตามให้รีบกลับมาอยู่ในท่าพักตามปกติ  พร้อมกับสุดลมหายใจเข้าปอดให้เต็มที่  และยกอกให้ผึ่งผาย
2.5  เมื่อได้ยินคำบอกว่า  “ตรง”  ให้กระตุกเข่าขวามาอย่างรวดเร็วและแข็งแรงจนเข่าตึง  ในลักษณะให้บีบเข่าทั้งสองข้างเข้าหากันแล้วนิ่ง
2.5  ท่าพักแถว
1.  คำบอก “พักแถว”  (คำบอกรวด)
2.  การปฏิบัติ
2.1  เมื่อได้ยินคำบอกว่า  “พักแถว”  ให้ทุกคนที่อยู่ในแถวต่างคนต่างแยกไปจากแถวในทันทีและอย่างฉับไว
2.2  เมื่อได้ยินคำบอกว่า  “แถว”  ให้ทุกรีบกลับมาเข้าแถวที่เดิมโดยเร็วในรูปแถวเดิม  และเมื่อจัดแถวเป็นรูปแถวเรียบร้อยแล้วให้อยู่ในท่าตรงจนกว่าจะได้รับค่ำสั่งปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป
3.  โอกาสในการใช้  สำหรับพักนอกแถวในระยะเวลาสั้น  เพื่อรอการฝึกและปฏิบัติงานต่อไป
4.  คำแนะนำสำหรับผู้ฝึก  เมื่อผูกฝึกเรียกแถวใหม่ด้วยการใช้คำบอก  “แถว”  ผู้ฝึกสั่ง  “แถว-ตรง”  อีกไม่ได้  ถ้าเห็นว่าผู้รับการฝึกที่กลับมาเข้าแถวใหม่ยังจัดแถวไม่เรียบร้อยแล้วผู้ฝึกต้องใช้คำบอก  “จัดแถว”  “นิ่ง”  ตามลำดับเท่านั้น
2.6  ท่าเลิกแถว
1.  คำบอก  “เลิกแถว” 
2.  การปฏิบัติ  เมื่อได้ยินคำบอกว่า  “เลิกแถว”  ให้ทุกคนที่อยู่ในแถวแยกกระจายกันออกไปจากแถวโดยเร็ว
3.  โอกาสในการใช้  สำหรับเลิกการฝึกหรือปฏิบัติงานในครั้งนั้น

ท่าหันอยู่กับที่
ท่าหันอยู่กับที่แบ่งออกเป็น  5  ประเภท  คือ  ท่าขวาหัน  ท่าซ้ายหัน  ท่ากลับหลังหัน  ท่ากึ่งขวาหัน  และท่ากึ่งซ้ายหัน

1. ท่าขวาหัน

    1. คำบอก  “ขวา-หัน”  
    2.  การปฏิบัติ  ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะดังต่อไปนี้คือ
    3. จังหวะหนึ่ง  เมื่อได้ยินคำบอกว่า  “ขวา-หัน”  ให้เปิดปลายเท้าขวาให้สูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อยโดยพยายามกดส้นเท้าให้ตรึงอยู่กับที่  แล้วหมุนตัวไปทางขวาจนได้  90  องศา  ด้วยการใช้ส้นเท้าเป็นจุดหมุน  ในขณะเดียวกันนั้นให้ใช้ปลายเท้าซ้ายกดแน่นไว้กับพื้นเพื่อช่วยให้มีการทรงตัวดีในระหว่างหมุนตัว  แล้วเปิดส้นเท้าซ้ายหมุนตามไปด้วย  โดยพยายามกดปลายเท้าไว้  ณ  ที่เดิมในลักษณะให้ขาเหยียดตึง  ในขณะที่หมุนตัวไปนั้นจะต้องพยายามรักษาทรวดทรงของลำตัว  และการวางมือทั้งสองให้อยู่ในลักษณะของท่าตรงตลอดเวลาด้วย  เมื่อหมุนตัวไปได้ที่แล้ว  จะต้องอยู่ในท่ายืนที่วางน้ำหนักตัวทั้งหมดไว้บนเท้าขวา  ขาซ้ายเหยียดตึงไปทางด้านหลังทางซ้าย  ส้นเท้าเปิดและบิดออกไปทางด้านนอกของลำตัว
    4. จังหวะสอง  ชัดเท้าซ้ายมาชิดกับเท้าขวา  เพื่อยืนในลักษณะของท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง

2. ท่าซ้ายหัน

2.1  คำบอก  “ซ้าย-หัน” 
2.2   การปฏิบัติ  ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะดังต่อไปนี้คือ

    1. จังหวะหนึ่ง  เมื่อได้ยินคำบอกว่า  “ซ้าย-หัน”  ให้เปิดปลายเท้าซ้ายให้สูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อยโดยพยายามกดส้นเท้าให้ตรึงอยู่กับที่  แล้วหมุนตัวไปทางซ้ายจนได้  90  องศา  ด้วยการใช้ส้นเท้าซ้ายเป็นจุดหมุน  ในขณะเดียวกันนั้นให้ใช้ปลายเท้าขวากดแน่นไว้กับพื้นเพื่อช่วยให้มีการทรงตัวดีในระหว่างหมุนตัว  แล้วเปิดส้นเท้าหมุนตามไปด้วย  โดยพยายามกดปลายเท้าขวาไว้  ณ  ที่เดิมในลักษณะให้ขาเหยียดตึง  ในขณะที่หมุนตัวไปนั้นจะต้องพยายามรักษาทรวดทรงของลำตัว  และการวางมือทั้งสองให้อยู่ในลักษณะของท่าตรงตลอดเวลาด้วย  เมื่อหมุนตัวไปได้ที่แล้ว  จะต้องอยู่ในท่ายืนที่วางน้ำหนักตัวทั้งหมดไว้บนเท้าขวา  ขาขวาเหยียดตึงไปทางด้านหลังทางขวา  ส้นเท้าเปิดและบิดออกไปทางด้านนอกของลำตัว
    2. จังหวะสอง  ชัดเท้าขวามาชิดกับเท้าซ้าย  เพื่อยืนในลักษณะของท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง
    3. ท่ากลับหลังหัน
    1. คำบอก  “กลับหลัง-หัน”
    2. การปฏิบัติ  ท่านี้แบ่งออกเป็นสองจังหวะดังต่อไปนี้
    3. จังหวะหนึ่ง  เมื่อได้ยินคำบอกว่า  “กลับหลัง-หัน”  ให้เปิดปลายเท้าขวาให้สูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อยและพยายามกดส้นเท้าให้ตรึงอยู่กับที่แล้วหมุนตัวไปทางขวาจนได้  180  องศา  ด้วยการใช้ส้นเท้าขวาเป็นจุดหมุนในขณะเดียวกันนั้นให้ใช้ปลายเท้าซ้ายกดแน่นไว้กับพื้นเพื่อให้มีการทรงตัวดีในระหว่างหมุนตัว  แล้วเปิดส้นเท้าซ้ายพร้อมกับเหวี่ยงเท้าซ้ายไปทางซ้าย  และนำปลายเท้าซ้ายไปแตะพื้นไว้ทางด้านหลังในทิศทางเฉียงไปทางหลังทางซ้ายของลำตัว  ส้นเท้าเปิด  เข่าเหยียดตึง  ในขณะที่หมุนตัวไปนั้นจะต้องพยายามรักษาทรวดทรงของลำตัว  และการวางมือทั้งสองให้อยู่ในลักษณะของท่าตรงตลอดเวลาด้วย  เมื่อหมุนตัวไปได้ที่แล้ว  จะอยู่ในท่ายืนที่วางน้ำหนักตัวทั้งหมดไว้บนเท้าขวา  ขาซ้ายเหยียดตึงไปทางด้านหลังทาง  ส้นเท้าเปิดและบิดออกไปทางด้านนอกของลำตัว
    4. จังหวะสอง  ชักเท้าซ้ายมาชิดกับเท้าขวา  เพื่อยืนในลักษณะของท่าตรงอย่างรวดเร็วและแข็งแรง

ท่าเคารพ

    1. ท่าแลขวา,  แลซ้าย
    2. คำบอก  “แลขวา-ทำ”  “แลซ้าย-ทำ”  และ  “แล-ตรง”  (คำบอกแบ่ง)  เมื่อเลิกแสดงการเคารพ
    3. การปฏิบัติ  ในการฝึกขั้นต้นยังไม่ต้องมีผู้รับการเคารพ  และปฏิบัติขณะอยู่กับที่  ดังนี้

1.  เมื่อได้ยินคำบอก   “แลขวา  (แลซ้าย)-ทำ”  ให้สะบัดหน้าไปทางขวา  (ทางซ้าย)  ประมาณกึ่งขวา (กึ่งซ้าย)  หรือประมาณ  45  องศา  ใบหน้าตั้งตรงและสายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ  โดยร่างกายส่วนอื่นยังอยู่ในลักษณะท่าตรง
2.  เมื่อได้ยินคำบอก  “แล-ตรง”  ให้สะบัดหน้ากลับมาอยู่ในท่าตรงทุกประการ

ท่าวันทยหัตถ
1)  คำบอก 
-  ท่าตรงหน้าวันทยหัตถ์  ใช้คำบอก  “วันทยหัตถ์”  หรือตรงหน้า, วันทยหัตถ์”
-  ท่าทางขวาวันทยหัตถ์  ใช้คำบอก  “ทางขวา,  วันทยหัตถ์”
-  ท่าทางซ้ายวันทยหัตถ์  ใช้คำบอก  “ทางซ้าย,  วันทยหัตถ์”
-  เมื่อต้องการให้เลิกแสดงการเคารพ  ให้ใช้คำบอก  “มือลง”

2)  การปฏิบัติในการฝึกขั้นต้นให้ปฏิบัติโดยยังไม่ต้องมีผู้รับการเคารพ  และปฏิบัติในขณะอยู่กับที่  ดังนี้
1.  ท่าตรงหน้าวันทยหัตถ์  เมื่อได้ยินคำบอก  “วันทยหัตถ์”  หรือ  “ตรงหน้า,  วันทยหัตถ์”  ให้ยกมือขวาขึ้นอย่างรวดเร็วและแข็งแรง  ในลักษณะงอแขนท่อนล่างเข้าหาลำตัว  ฝ่ามือเหยียดตรงไปตามแนวแขนท่อนล่าง  นิ้วทั้งห้าเรียงชิดติดกันและข้อมือไม่หัก  โดยนำปลายนิ้วชี้ไปแตะตรงขอบล่างของหมวกประมาณเหนือแนวหาง  ตาขวา  หรือที่ขอบของกระบังหมวกทางด้านขวา  หรือที่ขอบปีกหมวกทางด้านขวา  ประมาณเหนือแนวหางตาขวา  โดยเปิดฝ่ามือทางด้านนิ้วก้อยประมาณ  30  องศา  แขนขวาท่อนบนเหยียดออกไปด้านข้างเสมอแนวไหล่และเฉียงไปข้างหน้า  เล็กน้อย  ร่างกายส่วนอื่นไม่เสียลักษณะท่าตรง  สายตามองตรงไปข้างหน้าในแนวระดับ

2.  ท่าทางขวาวันทยหัตถ์  เมื่อได้ยินคำบอก  “ทางขวา,  วันทยหัตถ์”  ให้ยกมือขวาขึ้นมาอย่างรวดเร็วและแข็งแรง  ในลักษณะเดียวกันท่าตรงหน้าวันทยหัตถ์  ทุกประการ  พร้อมทั้งสะบักหน้าไปทางขวาในลักษณะเช่นเดียวกับ  แลขวา  โดยไม่ต้องเอียงลำตัวหรือแขนไปทางด้านขวา

 

 

 

 

3.   ท่าทางซ้ายวันทยหัตถ์  เมื่อได้ยินคำบอก  “ทางซ้าย,  วันทยหัตถ์”  ให้ยกมือซ้ายขึ้นมาอย่างรวดเร็วและแข็งแรง  ในลักษณะเดียวกันท่าตรงหน้าวันทยหัตถ์  ทุกประการ  พร้อมทั้งสะบักหน้าไปทางซ้ายในลักษณะเช่นเดียวกับ  แลซ้าย  โดยไม่ต้องเอียงลำตัวหรือแขนไปทางด้านซ้าย
4.  เมื่อต้องการให้เลิกแสดงการเคารพในทุกท่าวันทยหัตถ์  ให้ผู้ฝึกใช้คำบอก  “มือลง”  เมื่อได้ยินคำบอก  “มือลง”  ให้ลดมือขวาลงมาในท่าตรงอย่างรวดเร็ว  และแข็งแรง  ถ้าปฏิบัติจาท่าทางขวา  (ทางซ้าย)  ให้สะบัดหน้ากลับมาในทิศทางตรงหน้าพร้อมกับการลดมือขวาลง
ท่าถอดหมวกและสวมหมวก

 

 

ท่าถอดหมวก

 

 

 

 

 

 

 

    1. คำบอก  “ถอดหมวก”  เป็นคำบอก
    2. การปฏิบัติ  เมื่อได้ยินคำบอก  “ถอดหมวก”  ให้ปฏิบัติไปตามลำดับขั้นตอนต่อไปนี้
  1. ตอนที่หนึ่ง  ให้ยกมือซ้ายขึ้นมาในลักษณะงอข้อศอกและบีบข้อศอกให้แนบชิดติดกับลำตัว  แขนซ้ายท่อนล่างตั้งได้ฉากกับแขนท่อนบนหรือลำตัวหงายฝ่ามือขึ้นโดยให้นิ้วทั้งสี่เหยียดตึงเรียงชิดกัน  ส่วนหัวนิ้วแม่มือให้ยกชี้ตั้งขึ้นข้างบนทำมุม  90  องศา  กับฝ่ามือ
  2. ตอนที่สอง  ถ้าเป็นหมวกทรงอ่อน  (เบเร่ต์)  ให้ใช้มือขวาที่จับขอบหมวกอยู่นั้นถอดหมวกยกออกจากศีรษะ  แล้วนำมาวางครอบที่นิ้วหัวแม่มือซ้ายอยู่ในลักษณะให้หันหน้าหมวกไปทางด้านขวา  โดยให้ขอบซ้ายของตราหน้าหมวกอยู่ชิดกับนิ้วก้อยของมือซ้าย  และให้ขอบหมวกด้านไกลของลำตัว  วางอยู่บนนิ้วทั้งสี่  ตรงประมาณข้อนิ้วข้อที่  1  แล้วจับไว้ให้แน่น
  3. ตอนที่สาม  ลดมือขวาลงไปอยู่ในท่าตรงอย่างแข็งแรง

ท่าถอดหมวก

 

 

 

 

 

 

    1. คำบอก  “สวมหมวก”
    2. การปฏิบัติ  เมื่อได้ยินคำบอก  “สวมหมวก”  ให้ปฏิบัติไปตามลำดับขั้นตอน  ดังต่อไปนี้
  1. ตอนที่หนึ่ง  ให้ยกมือขวาขึ้นมาจับหมวกในลักษณะดังนี้  ถ้าเป็นหมวกทรงอ่อน  (เบเร่ต์)  ให้ยกมือขวาขึ้นไปจับขอบหมวก  ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ใต้ขอบหมวก  และนิ้วทั้งสี่อยู่บนทรงหมวก
  2. ตอนที่สอง  ถ้าเป็นหมวกทรงอ่อน  (เบเร่ต์)  ใช้มือทั้งสองข้างช่วยจับหมวกผลักหงายเอาขอบล่างหมวกขึ้นข้างบน  แล้วยกสวมศีรษะ  โดยศีรษะไม่เอียงจนเสียลักษณะท่าตรง  ต่อจากนั้นใช้มือทั้งสองข้างจัดหมวกทางด้านขวาต่ำลงเล็กน้อย  แนวกึ่งกลางขอบตราหน้าหมวกอยู่ประมาณแนวหางตาซ้าย  มือขวาจับอยู่ที่ปีกหมวกด้านขวาในลักษณะนิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านล่างนิ้วทั้งสี่เรียงชิดติดกันอยู่ด้านบน  ส่วนมือซ้ายช่วยประคองหมวกไว้ทางด้านซ้าย  โดยให้นิ้วหัวแม่มือซ้ายจรดขอบหมวกนิ้วทั้งสี่เรียงชิดติดกันชี้ขึ้นด้านบน  ศอกทั้งสองข้างกางออกตามธรรมชาติ
  3. ตอนที่สาม  ลดมือทั้งสองลงไปอยู่ในท่าตรงอย่างแข็งแรง  แล้วนิ่ง